ส่งชื่อ " บิ๊กมูลนิธิเพื่อแผ่นดินฯ" ให้ ป.ป.ท. เหตุรับเงินตกเขียว 2 ล. ธ.กรุงไทยดอดให้ข้อมูล 2 พ.ค. เชิญ 4 ร.ร.ขยายผล 30 เม.ย.

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 30 เมษายน 2561
  • เข้าดู : 43 ครั้ง

เมื่อวันที่ 28 เมษายน นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต เปิดเผยถึงความคืบหน้าการขยายผลทุจริตกองทุนเสมาฯ ล่าสุดพบว่ามีผู้รับโอนเงินกองทุนที่ไม่เกี่ยวข้องประมาณ 52 บัญชี ตัวเลขความเสียหายลดลงเหลืออยู่ที่ประมาณ 41.8 ลานบาท ในจำนวนนี้มีเลขที่บัญชีที่ไม่ทราบตัวตน 18 บัญชี รู้ตัวเจ้าของบัญชีแน่นอนแล้ว 34 รายนั้นว่า ได้รับการประสานจากธนาคารกรุงไทยว่ารองผู้จัดการธนาคารกรุงไทย สาขาสำนักงานใหญ่จะขอเข้าพบ ในวันที่ 2 พฤษภาคม เวลา 14.00 น. หลังจากที่ตนให้ข่าวทางสื่อไปว่าไม่ได้รับความร่วมมือด้านข้อมูลจากธนาคารกรุงไทยเท่าที่ควร ประกอบกับสื่อก็อาจจะไปถามกับธนาคารกรุงไทยด้วย ทั้งนี้ตนเลยทำบันทึกถึงนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการศธ.เพื่อให้มาเป็นประธานการหารือ พร้อมทำบันทึกถึงนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดศธ.เพื่อเชิญร่วมหารือด้วย และได้ทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)ด้วย เผื่อสนใจเข้าร่วมสอบถามข้อมูลกับธนาคารกรุงไทย ส่วนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตนคงไม่เชิญมา ที่ผ่านมาทำงานใกล้ชิดกับป.ป.ท.มากกว่า แต่ก็ทราบว่าปปง.ทำงานคืบหน้าไปแล้ว ล่าสุดได้โทรมาสอบถามชื่อสกุลของผู้ที่ได้รับโอนเงินเพื่อนำไปขยายผล โทรมาถามว่าชื่อสกุลนี้มีมากมายในประเทศ ขอที่อยู่เพื่อจะได้เช็กข้อมูลต่อ ตนก็ได้ให้ข้อมูลไป ทั้งนี้ในส่วนของรัฐมนตรีว่าการศธ. เพิ่งทำบันทึกเชิญร่วมประชุม ยังไม่ได้รับคำตอบว่าสามารถมาเป็นประธานการหารือได้หรือไม่

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องที่จะหารือ เบื้องต้นจะสอบถามธนาคารกรุงไทยถึงการโอนเงินในปี 2560 ที่เราจัดส่งชื่อบัญชีและเลขที่บัญชีไปไม่ตรงกัน แต่ทำไมธนาคารกรุงไทยยังโอนเงินไปให้ นอกจากนี้จะสอบถามบัญชีที่ไม่ทราบตัวตนซึ่งทางธนาคารจะมีข้อมูลอยู่ว่าเป็นบัญชีของใคร เราไม่รู้ว่าส่วนนี้ จะขอข้อมูลได้แค่ไหน ทั้งนี้จากรายการการโอนทั้งหมดกว่า 1,000 รายการ จริงๆ เราก็รู้ข้อมูลค่อนข้างเยอะแล้ว ที่ไม่รู้คือบัญชีที่ปิดหนีไปก่อนที่เราจะเข้าไปตรวจสอบ ทำให้ค้นไม่เจอ ต้องอาศัยข้อมูลจากทางธนาคารกรุงไทย การทำงานค่อนข้างมีปัญหาอีกอย่าง เนื่องจากศึกษาธิการจังหวัด(ศธจ.)บางจังหวัดไม่ให้ความร่วมมือ บางคนทำตัวเป็นแค่บุรุษไปรษณีย์ ไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง พอได้รับหนังสือจากคณะกรรมการสืบสวนฯ ก็ส่งหนังสือไปถามต่อโรงเรียน แทนที่จะลงไปตรวจสอบ โรงเรียนบางแห่งก็พอกัน รายงานกลับมาด้วยตัวเลขที่เราสอบถามไป คือโรงเรียนได้รับเงินกองทุนจากบุคคลอื่น แต่เอารายงานที่ได้รับจากศธ.มาตอบเรา ส่วนที่ได้รับชดเชย ไม่มีการพูดถึง เราจึงต้องขอสเตตเมนต์จากโรงเรียนแทน ข้อมูลที่ขอจากศธจ.ตอนนี้ได้มาถึงครึ่ง ทั้งที่เลยกำหนดไปแล้ว โทรตามเป็นรายบุคคลก็แล้ว ยังไม่คืบ ขนาดนิติกรทำหนังสือทวงถาม ก็ยังเฉย ตนจึงได้ทำบันทึกรายงานรัฐมนตรีว่าการศธ.ไปแล้ว

นายอรรถพลกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ในวันที่ 30 เมษายน ได้เชิญโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) จำนวน 4 แห่งมาให้ข้อมูล เนื่องจากได้รับโอนเงินกองทุนเสมาฯ โดยที่ไม่เกี่ยวข้อง จำนวนเงินไม่มาก แค่ 10,000-15,000 บาท แต่ทำให้เราสามารถขยายผลการทุจริตต่อ ทั้งนี้เนื่องจากตามมติปี 2547 ของคณะกรรมการกองทุนเสมาฯ มีมติให้ 1.จัดสรรเงินสมทบคนที่เรียนต่อม.4-ม.6 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.)และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หัวละ 10,000 บาท และสมทบให้คนที่เรียนต่อระดับปริญญาตรี หัวละ 15,000 บาท และ2.ช่วยเหลือนักเรียนยากจนที่มากินนอนที่โรงเรียนพักนอน รายหัวละ 1,000 บาทและจัดสรรให้โรงเรียนที่ช่วยดูแลนักเรียนอีกโรงละ 1,000 บาทต่อหัว เท่ากับ 2,000 บาทต่อคน โดยในส่วนของนักเรียน ก็โอนเงินตรงไปที่นักเรียน ส่วนของโรงเรียน ก็โอนให้โรงเรียน นอกจากนี้ยังมีการเสนอขอให้ช่วยนักเรียนยากจนที่ไม่ได้มาอยู่ประจำกินนอน แต่คณะกรรมการฯ เห็นว่าข้อมูลที่เสนอไม่ชัดเจน จึงไม่อนุมัติ แต่ปรากฏว่าในปี 2548 กลับมาพบการโอนเงินไปให้โรงเรียนที่ไม่ใช่โรงเรียนพักนอน จำนวน 4 แห่งดังกล่าวแถมเป็นการโอนเงินในปีถัดมา หลังจากคณะกรรมการฯ มีมติไม่อนุมัติในปี 2547 ด้วย เราจึงได้เชิญมาให้ข้อมูล แต่ไม่รู้ว่าจะเข้ามาให้ข้อมูลหรือไม่ คิดว่าอาจมาส่วนหนึ่ง แต่ไม่ทั้งหมด

นายอรรถพล กล่าวด้วยว่า ส่วนที่ถามว่าข้าราชการที่เกษียณตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2560 ไม่ต้องรับผิดทางวินัยเนื่องจากเลย 180 วันที่จะตั้งข้อกล่าวหาทางวินัยตามระเบียบของทางราชการนั้น ในรายที่เกษียณไปตั้งแต่ปีที่แล้วซึ่งมี 1 ราย ก็มีแนวโน้มต้องพ้นผิดทางวินัย เพราะคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดตนไม่สามารถดำเนินการตรวจสอบข้อมูลให้แล้วเสร็จได้ทันภายในสิ้นเดือนมีนาคมซึ่งจะครบ 180 วันได้ แต่ทั้งนี้ยังสามารถดำเนินคดีทางอาญาและละเมิดได้ถ้าพบว่าบุคคลนั้นมีความผิด แต่เบื้องต้นข้อมูลจนถึงขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าอดีตข้าราชการรายดังกล่าว มีความผิด ทั้งนี้ในส่วนของคดีอาญา เป็นหน้าที่ของป.ป.ท. ส่วนคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดตน มีหน้าที่สรุปเกี่ยวกับโทษทางวินัย ซึ่งตนจะพยายามสรุปข้อมูลให้แล้วเสร็จเพื่อเสนอนพ.ธีระเกียรติ ในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ และในรายที่มีข้อมูลชี้มูลความผิดได้ ก็จะเสนอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยหรือตั้งข้อกล่าวหา ก่อนที่ข้าราชการรายดังกล่าวจะเกษียณในวันที่ 30 กันยายน 2561

รายงานข่าวแจ้งว่า ในบรรดาผู้ที่ได้รับโอนเงินจากกองทุนเสมาฯ โดยไม่เกี่ยวข้อง มีรายชื่อของประธานมูลนิธิเพื่อแผ่นดินและสันติภาพ ซึ่งนางรจนา สินที อดีตนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ (ซี 8) สำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(สป.ศธ.) อดีตผู้ดูแลกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ที่ตอนนี้ถูกศธ.ไล่ออกจากราชการไปแล้ว เข้าไปดูแลจัดการด้านธุรการในมูลนิธินี้ด้วย โดยประธานมูลนิธิเพื่อแผ่นดินฯ ได้รับการโอนเงินจากกองทุนเสมาฯ ไปกว่า 2 ล้านบาทซึ่งขณะนี้ศธ.ได้ส่งรายชื่อให้ป.ป.ท.ไปขยายผลต่อแล้ว

 

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/news/934015

ร่วมแสดงความคิดเห็น