ศธ.เคาะ 40 ร.ร.เข้าร่วมพลับบลิค สคูลเฟสแรก เริ่มรับปี" 61

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 24 เมษายน 2561
  • เข้าดู : 26 ครั้ง

เมื่อวันที่ 24 เมษายนนพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ในการการประชุมคณะกรรมการพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาในรูปแบบพลับบลิค สคูล (Public School) หรือโรงเรียนร่วมพัฒนาเมื่อเร็วๆ นี้ได้หารือถึงรายละเอียดของความก้าวหน้าการดำเนินการ โดยที่ประชุมได้พิจารณารายชื่อโรงเรียนที่มีความพร้อมเข้าร่วมโครงการจากเดิมที่ประมาณการณ์ว่า จะมีโรงเรียนเข้าร่วม 77 แห่งทั่วประเทศ แต่เมื่อพิจารณาคุณสมบัติพบว่ามีโรงเรียนที่มีความพร้อมเข้าร่วมโครงการในเฟสแรกจำนวน 40 แห่ง ที่พร้อมจะเริ่มดำเนินการในปีการศึกษา 2561 ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ ขณะเดียวกันยังมีบริษัทเอกชนอีกหลายแห่งที่แจ้งความจำนงขอเข้าร่วมโครงการในเฟส2 ทั้งนี้ เฟสแรกนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ หากเราทำตรงนี้สำเร็จก็จะเป็นจุดที่จะนำไปขยายยังโรงเรียนอื่น ๆ ในวันข้างหน้า โรงเรียนควรจะมีภาคประชาสังคม ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม ท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาดูแลบำรุงรักษาโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ใช้ศธ.เป็นเจ้าภาพเพียงส่วนเดียว ซึ่งวิธีนี้ศธ.คิดไว้อยู่แล้ว แต่ทำยากเนื่องจากติดขัดเรื่องกฏระเบียบในการบริหารจัดการ ทั้งเรื่องคน เรื่องเงิน ดังนั้น หากเราสร้างต้นแบบนี้ขึ้นมาได้ ก็จะไปได้เร็ว เพราะต้องเรียนรู้ไปด้วย แก้ไขไปด้วย วิธีนี้จึงเป็นจุดเปลี่ยนในการปฏิรูปการศึกษาของประเทศจริง

รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังหารือการจัดทำแนวปฏิบัติรวมถึงข้อตกลงของโรงเรียนและภาคเอกชนที่จะเข้าร่วมจัดการศึกษาตามโครงการนี้จะต้องรับทราบว่า ใครรับผิดชอบอะไรและในส่วนใดในมิติต่างๆ โดยจะจัดทำเป็นคู่มือการดำเนินงาน ไกด์บุ๊คเพื่อให้ทุกส่วนปฏิบัติตาม โดยแนวปฏิบัติในภาพรวมที่จะต้องทำเหมือนกันทุกแห่ง เบื้องต้นภาคเอกชนจะเข้ามามีส่วนร่วมในการริหารพัฒนาโรงเรียนโดยเฉพาะหลักสูตร 70%รัฐกำหนด ส่วนอีก 30% ทั้งนี้ภาคเอกชนสามารถปรับให้เข้ากับสิ่งที่เอกชนที่เข้ามาสนับสนุนต้องการ หรือปรับให้เป็นไปในทิศทางที่คณะกรรมการสถานศึกษากำหนดขึ้น ส่วนที่ภาคเอกชนมีความกังวลเรื่องงบประมาณ ตนขอยืนยันว่ารัฐบาลยังคงสนับสนุนงบฯให้กับโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการนี้เหมือนเดิมทุกอย่าง ทั้งงบฯปรับปรุงโครงสร้างโรงเรียนใหม่ ส่วนทางภาคเอกชนจะท็อปอัพเพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับเรียน เช่น การจ้างครูพิเศษ หรือการจัดกิจกรรมพิเศษ หรือต้องการให้เงินท็อปอัพกับผู้อำนวยการโรงเรียน หรือครู ในแบบเงินพิเศษหรือเงินโบนัส ก็สามารถทำได้ตามที่กำหนดไว้ เหมือนเป็นเจ้าของโรงเรียน แต่ฐานเงินเดือนจะกำหนดให้เท่ากัน ดังนั้น เราจะเขียนข้อตกลงไว้ รวมถึงโรงเรียนต้องส่งผลการประเมินให้กับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)เพื่ออยู่ในระบบการประเมินของสพฐ.ด้วย

ในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานวันที่ 30 เมษายนนี้ คณะกรรมการพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาในรูปแบบพลับบลิค สคูล หรือโรงเรียนร่วมพัฒนา ก็จะนำวีดีโอ เกี่ยวกับการดำเนินงานและรูปแบบของโรงเรียน ที่จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ นำมาฉายเป็นรายงานให้นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบถึงความคืบหน้าของโครงการนี้ด้วย และในวันดังกล่าว ก็จะประกาศรายชื่อโรงเรียนที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการฯ โดยในเฟสแรกมี จำนวน 40 โรงเรียน จากนั้น ประมาณวันที่ 9-11 พฤษภาคม จะนัดภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการฯมาลงนามความร่วมมือ หรือ MOU กับโรงเรียนทั้ง 40 แห่งโดยมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน นพ.อุดมกล่าว

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/news/928688

ร่วมแสดงความคิดเห็น