อีกแผล ศธ. MOENet ทุจริตเน็ตโรงเรียน

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 22 เมษายน 2561
  • เข้าดู : 28 ครั้ง

อีกแผลศธ.MOENet ทุจริตเน็ตโรงเรียน

งวดเข้ามาทุกทีกับกรณีการตรวจสอบการทุจริตการดำเนินการเครือข่าย MOENetŽ ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) หลัง นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. สั่งรื้อใหญ่การดำเนินการระบบอินเตอร์ของ ศธ. รวมถึงปรับนโยบาย การเช่าซื้อสัญญาณอินเตอร์เน็ตของโรงเรียนในสังกัด ศธ.ทั่วประเทศ

จากเดิมใช้สัญญาณ MOENet ที่ไม่มีตัวตน เป็นเหมือนเครือข่ายผีที่ ศธ.ตั้งชื่อขึ้น และเช่าซื้อสัญญาณจาก บมจ.ทีโอที และปล่อยสัญญาณไปให้กับโรงเรียนต่างๆ อีกทอดหนึ่ง เสียค่าใช้จ่ายต่อปีไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท มาเป็นให้สิทธิโรงเรียนสามารถเช่าซื้อสัญญาณอินเตอร์ได้ด้วยตนเอง และยกเลิก MOENet ไปเมื่อช่วงต้นปี 2561 ที่ผ่านมา

จากความไม่ชอบมาพากลของตัวเลขค่าใช้จ่ายในการเช่าสัญญาณที่สูงเกินจริง ประกอบกับข้อมูลของนายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัด ศธ. ซึ่งแจ้งปัญหาการเสนอ สินบนŽ แลกลายเซ็นเพื่อต่อสัญญาเช่าซื้อสัญญาณอินเตอร์เน็ตรายเดิม ในปีงบประมาณ 2561 นำสู่การสืบสวนในทางลับ

พบว่าการเช่าซื้อสัญญาณแต่ละครั้ง ไม่พบหลักฐานการทำสัญญา ขณะที่สัญญาณที่ปล่อยไปถึงสถานศึกษาต่างๆ สวนทางกับงบ 3,000 ล้านบาท ที่ ศธ.จ่ายไปทุกปี

โดยสัญญาณอินเตอร์เน็ตจะใช้ได้ดีเฉพาะโรงเรียนขนาดใหญ่ ส่วนโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลาง หรือในพื้นที่ห่างไกล สัญญาณอินเตอร์เน็ตไม่คงที่ กะปริบกะปรอย หรือไม่สามารถใช้งานในบางพื้นที่ ทำให้บางโรงเรียนแก้ปัญหาโดยเช่าสัญญาณอินเตอร์เน็ตจากภาคเอกชนรายอื่น ทำให้รัฐต้องเสียเงินซ้ำซ้อน
ที่สำคัญ ต้องเสียเงินจำนวนมากให้กับสิ่งที่ใช้ประโยชน์ได้ไม่คุ้มค่า!

ย้อนกลับไปการเช่าซื้อสัญญาณอินเตอร์เน็ตของ ศธ.เริ่มตั้งแต่ปี 2538 โดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ เสียค่าใช้จ่ายตกปีละ 3,000 ล้านบาท ต่อมาปี 2540 มีการเปลี่ยนช่องทางการเชื่อมโยงระบบอินเตอร์เน็ตจากเจ้าเดิม มาเช่าซื้อสัญญาณจากทีโอที ภายใต้ชื่อเครือข่าย MOENet ทำหน้าเป็นพ่อค้าคนกลาง ส่งสัญญาณไปยังสถานศึกษาในสังกัด ขณะที่สถานศึกษาบางส่วนจะใช้สัญญาณจากเครือข่าย Uninet หรือยูนิเน็ต ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)

ทั้งนี้ จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่างบ 3,000 กว่าล้านบาทต่อปีนั้น แบ่งเป็น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 2,000 ล้านบาท สำนักงานปลัด ศธ. 1,000 ล้านบาท สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) 130 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังมีศูนย์การเรียนรู้ สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ด้วย

หลังการสอบสวนทางลับ นพ.ธีระเกียรติลงทุนนั่งเป็นประธานสืบสวนเรื่องนี้ด้วยตัวเอง และสรุปผลสืบสวนเบื้องต้นว่าคดีนี้มีมูลการทุจริตจริง เพราะมีการเสนอสินบนให้กับรองปลัด ศธ. ซึ่งนายประเสริฐได้แจ้งให้ นพ.ธีระเกียรติรับทราบตั้งแต่ปลายปี 2560 ว่าถูกเสนอให้รับสินบนเพื่อต่อสัญญาการใช้ MOENet

โดยนายประเสริฐเข้ามาดูแลเรื่องนี้ในฐานะรองปลัด ศธ.ที่ได้รับมอบหมาย ทั้งที่ยังไม่เคยเห็นสัญญาดังกล่าวมาก่อน แต่อยากทำให้เป็นไปตามระเบียบราชการ สั่งการให้เจ้าหน้าที่พัสดุ ระดับ 8 ที่ดูแลเรื่องนี้ ไปดำเนินการให้ถูกต้อง แต่กลับถูกเตะถ่วงจนเลยกำหนด และขอให้นายประเสริฐลงนามต่อสัญญา

ที่ร้ายกว่านั้น ข้าราชการรายดังกล่าวถึงขั้นพาบริษัทเจ้าของเครือข่ายเข้าพบนายประเสริฐเพื่อเสนอสินบน 7% แต่เมื่อนายประเสริฐยืนยันว่าการต่อสัญญาต้องเป็นไปตามขั้นตอน กลับพูดจาในทำนองข่มขู่รองปลัด ศธ.ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของตัวเองว่าหากไม่เซ็นสัญญาจะทำให้โรงเรียนกว่า 3 หมื่นแห่งทั่วประเทศไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้

ฉะนั้น เร็วๆ นี้ นพ.ธีระเกียรติเตรียมส่งข้อมูลทั้งหมดให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบต่อไป ส่วนที่อ้างว่าเป็นการเช่าซื้อสัญญาแบบ จีทูจีŽ ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีสัญญานั้น ส่วนนี้จะส่งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างถูกต้องหรือไม่ ถ้า สตง.ชี้ว่าผิด ข้อมูลจะไปเชื่อมโยงกับ ป.ป.ช. ซึ่งเท่าที่ทราบมีหลายบริษัทและมีเอกชนเข้าร่วมด้วย

ถ้าเป็นจริงตามข้อมูลที่กล่าวหาหมายความว่าจะมีข้าราชการระดับสูงตั้งแต่ระดับ (ซี) 11, 10 และ 9 เข้ามามีเอี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย

ขณะที่นายประเสริฐกล่าวว่า ได้ย้ายเจ้าหน้าที่พัสดุคนดังกล่าวออกจากงานเดิมเพื่อรอการสอบสวนแล้ว โดยตนได้รับมอบหมายให้เข้ามาดูแลการเช่าซื้อสัญญาณ MOENet ซึ่งในปีแรกที่เข้ามาดูแลเรื่องนี้ เจ้าหน้าที่พัสดุได้เสนอให้ต่อสัญญากับบริษัทที่เช่าซื้อสัญญาณเป็นเวลา 2 เดือน ก่อนที่จะเปิดจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบ ต่อมา พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ในขณะนั้น มีนโยบายให้บูรณาการการใช้อินเตอร์เน็ต ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงให้ต่อสัญญากับบริษัทเดิมออกไปอีก 3 เดือน ก่อนเปิดจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบ ทำให้ระยะเวลาเช่าซื้อสัญญาณอินเตอร์เน็ตลดลงเหลือเพียง 7 เดือน จึงไม่มีบริษัทอินเตอร์เน็ตรายอื่นเข้าร่วมประมูล ทำให้ในปีแรกต้องเช่าซื้อสัญญาณอินเตอร์เน็ตจากเอกชนรายเดิม

นายประเสริฐกล่าวอีกว่า แต่ในปี 2560 ตั้งใจเปิดให้จัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบอย่างถูกต้อง เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัสดุรายเดิมมาขอให้ต่อสัญญาอีก ตนจึงส่งเรื่องกลับ โดยขอให้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างอย่างถูกต้อง แต่เจ้าหน้าที่พัสดุกลับไม่ดำเนินการตามและขอให้เซ็นต่อสัญญาแบบที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวไม่ทำตามที่ผมสั่งให้จัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบ ปล่อยให้เวลาล่วงเลย และจะบีบให้ผมเซ็นสัญญาเหมือนปีที่ผ่านมา พอผมไม่ยอมเซ็น เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวก็ขู่ว่าผมจะทำให้โรงเรียนกว่า 3 หมื่นโรงทั่วประเทศไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้ และโรงเรียนจะเดินขบวนเรียกร้อง แต่ผมยืนยันคำเดิม เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวจึงนัดบริษัทเช่าซื้อสัญญาณอินเตอร์เน็ตให้เข้าพบ เพราะเข้าใจว่าที่ไม่ยอมเซ็น เนื่องจากต้องการเรียกเงิน ทั้งที่ความจริงแล้วผมต้องการให้ทำตามระเบียบที่ถูกต้อง จากนั้นจึงเสนอสินบน โดยบอกว่าถ้าผมยอมเซ็นจะจ่าย 7% เจ้าหน้าที่ยังบอกให้ผมรับ เพราะปลัด ศธ.คนเก่าๆ ก็เคยรับ ซึ่งผมไม่รู้ว่าเป็นใคร และเคยรับจริงหรือไม่ ก็ไม่รู้Ž นายประเสริฐกล่าว

ถือเป็นอีกหนึ่งแผลสดๆ เกี่ยวกับปัญหาโกงกินของ ศธ.ที่ผุดขึ้นมาอีกเรื่อง จากนี้ต้องจับตาดูว่ารัฐมนตรีว่าการ ศธ.จะจัดการกับปัญหาทุจริต MOENet อย่างไร

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/news/924831

ร่วมแสดงความคิดเห็น