ผลการประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 1/2561 เมื่อ 19 เม.ย.61

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 22 เมษายน 2561
  • เข้าดู : 29 ครั้ง

(19 เม.ย.61) นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 1/2561 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ โดยมีศาสตราจารย์คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, ผู้บริหารฝ่ายการเมือง, ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ, ผู้บริหารองค์กรหลักและหน่วยงานในกำกับ เข้าร่วมประชุม อาทิ นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา

นพ.ธีระเกียรติ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า วันนี้เป็นการทำความเข้าใจในเรื่องที่ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ควรจะได้รับรู้และรับผิดชอบร่วมกันใน 2 ประเด็น คือ มาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ และการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-Net)

1) มาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า วันนี้ทุกคนในกระทรวงต้องรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องและตรงกัน ไม่ใช่ฟังจากข่าวเพียงอย่างเดียว มีการรายงานหลายเรื่องที่สามารถรายงานได้ ซึ่งขอชมเชย นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการ ศธ.ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ที่สามารถทำงานได้คืบหน้ามากในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือน และได้เห็นขั้นตอนต่าง ๆ มีรอยรั่วหรือความผิดพลาดตรงไหน เกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งจะรวบรวมมาเป็นกรณีศึกษาเพื่อใช้กับกองทุนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงิน-รับเงินที่ไม่มีใบเสร็จ ขั้นตอนการเสนอเรื่อง การปลอมแปลงเอกสารราชการ ซึ่งคิดว่าสามารถทำให้เกิดประโยชน์ต่อกระทรวงอื่นด้วย นอกจากนี้ ยังได้มีการซักซ้อมความเข้าใจกับ นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ. แล้วว่าผู้เสียหายจะสามารถดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายจาก ศธ. ตามขั้นตอนกฎหมายความผิดทางละเมิดได้อย่างไรบ้าง

นอกจากนี้ ยังได้ชี้แจงกรณีโครงการ MOENet ด้วยว่ามีประเด็นอะไรเกิดขึ้นบ้าง มีที่มาที่ไปในการซื้อสาธารณูปโภคอย่างไร ถูกต้องตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุหรือไม่ ส่วนเรื่องที่นายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัด ศธ. รายงานกรณีที่มีการทุจริตติดสินบน ได้แจ้งให้ ป.ป.ช. เข้ามาตรวจสอบต่อไป รวมทั้งกรณีการทุจริตการก่อสร้างหลังคาคลุมลานอเนกประสงค์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

ส่วนกรณีโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนแก้ปัญหาทุจริตของกระทรวงศึกษาธิการ ได้รายงานความคืบหน้าให้รับทราบแล้ว โดยขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่า ศธ.ไม่ได้มีการปรักปรำใคร มีขั้นตอน กระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อให้ความเป็นธรรม

นายอรรถพล ตรึกตรอง กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการประชุมครั้งนี้ได้รายงานความก้าวหน้ากรณีทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตให้ที่ประชุมรับทราบว่า ปัจจุบันมีการจ่ายเงินกองทุนฯ ให้กับโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 41 แห่ง วิทยาลัยพยาบาล 26 แห่ง กศน.จังหวัด 3 แห่ง โอนเงินเข้าบัญชีของบุคคลอื่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกองทุนฯ 39 คน และโอนเงินเข้าบัญชีที่ยังไม่ทราบว่าเป็นของใคร 68 บัญชี รวมจำนวนเงินที่โอนตั้งแต่ปี 2548 -2561 จำนวนทั้งสิ้น 230,251,144 บาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรอหลักฐานเพิ่มเติม ได้แก่
เอกสารชี้แจงจากผู้บริหารระดับสูง เนื่องจากผู้บริหารบางคนต้องมีการชี้แจงใหม่
ผลการตรวจสอบจาก ศธจ. อีก 12 จังหวัด คาดว่าจะได้รับภายในสัปดาห์นี้
Statement และสำเนาหนังสือแจ้งการโอนเงินจากสถานศึกษา 65 แห่ง ไม่ว่าจะเป็นการรับเงินโอนจากใครทุกครั้งและทุกปี เนื่องจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีบางหน่วยงานได้รับเงินโอนจากบัญชีอื่นนอกเหนือจากบัญชีของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) เป็นจำนวนมาก หากได้ Statement ของทุกแห่งมาแล้วจะสามารถขยายผลนำสืบต่อได้ และอาจตรวจสอบพบผู้เกี่ยวข้องรายอื่นเพิ่มเติมได้ รวมถึงสำเนาหนังสือราชการที่แจ้งไปยังสถานศึกษาต่าง ๆ ว่ามีการโอนเงินให้แล้วนั้น
ขณะนี้ตรวจพบว่ามีการปลอมแปลงหนังสือราชการมาตั้งแต่ปี 2551 ถึงปัจจุบัน มากกว่าครึ่งหนึ่งของหนังสือแจ้งโอนทั้งหมด เช่น เมื่อปลัด ศธ. ลงนามเสร็จแล้ว ไม่มีออกเลขหนังสือหรือไม่มีการส่งหนังสือจริง การสวมเลขหนังสือออก เป็นต้น ตลอดจนกรณีที่สถานศึกษาไม่ได้ออกใบเสร็จรับเงินส่งกลับมาให้ สป.ศธ. และบางแห่งส่งมาแล้ว แต่ถูกคนบางกลุ่มที่ไม่เกี่ยวเก็บไว้ ไม่ได้นำมาแนบเป็นหลักฐานทางบัญชี
เอกสารการอนุมัติเบิกเงินกองทุนฯ ปี 2553 จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.)
ผลการตรวจสอบทางการเงินของผู้เกี่ยวข้อง จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
ผลการตรวจสอบชื่อเจ้าของบัญชีที่ปิดแล้วจาก ธ.กรุงไทย สำนักงานใหญ่
การยืนยันตัวตนเจ้าของบัญชี จาก 8 หน่วยงาน

ทั้งนี้ คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต มีการประสานงานกับ ป.ป.ท. ทุกวัน โดยล่าสุดสามารถตรวจพบว่า มีข้าราชการเกี่ยวข้องกับกรณีนี้เพิ่มขึ้น 1 ราย เป็นทหารยศสิบโท และทาง ป.ป.ท. ได้ส่งหนังสือถึงผู้ที่มีรายชื่อเกี่ยวข้องทุกคนแล้ว ทั้งนี้จะเร่งรัดทุกขั้นตอนให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน

ขณะที่รายงานความเสียหายล่าสุด มีวิทยาลัยพยาบาลยืนยันข้อมูลแล้ว 14 แห่ง และรอข้อมูล 12 แห่ง รวมประมาณการขาดเงิน จำนวน 30,414,000 บาท ส่วนโรงเรียนสังกัด สพฐ. ยืนยันข้อมูลแล้ว 26 แห่ง และรอข้อมูล 18 แห่ง รวมประมาณการขาดเงิน จำนวน 11,447,181.50 บาท ดังนั้นจากข้อมูลความเสียทางบัญชีที่นำเสนอก่อนหน้านี้ จำนวนกว่า 90 ล้านบาทนั้น พบว่าลดลงเหลือจำนวนอย่างไม่เป็นทางการประมาณ 42 ล้านบาท

นายอรรถพล กล่าวด้วยว่า วันนี้มีการเสนอจุดบอดที่ถูกมองข้าม คือ ทุกครั้งที่มีการประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ ต้องแจ้งผลการจัดสรรโดยเร็ว เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีการแจ้งผลการจัดสรรหลังการประชุมเลย มีเพียงการแจ้งผลการโอนเงิน โดยหลายยอดเงินที่โอนเข้าไปนั้นทางโรงเรียนไม่ทราบ ทำให้เกิดช่องทางทุจริตได้ รวมทั้งเรื่องระเบียบการเก็บรักษาเงินและนำเงินส่งคลัง ที่กำหนดว่าเมื่อโรงเรียนรับเงิน ต้องมีการออกใบเสร็จรับเงินทุกกรณี ซึ่งหากมีการเข้มงวดในเรื่องดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น การทุจริตเงินกองทุนฯ จะไม่ยืดเยื้อขนาดนี้ โดยปัญหาที่เกิดขึ้นในกรณีทุจริตเงินกองทุนฯ แบ่งออกเป็น 4 กระบวนงาน คือ

1. ปัญหาจากการประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ พบว่าบางปีที่ประชุมยังไม่เคยอนุมัติ แต่มีการอ้างว่าอนุมัติแล้ว เป็นต้น
2. การเสนอเสนอเพื่อขออนุมัติโอนเงินตามมติ ซึ่งขั้นตอนนี้ถือเป็นจุดสำคัญของการทุจริต
3. การโอนเงินไปยังสถานศึกษา
4. การติดตามประเมินผล

ที่ผ่านมามีสัญญาณเตือนเกี่ยวกับการทุจริตเงินกองทุนฯ บ้าง คือ เมื่อปี 2550 ไม่มีการประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ จึงมีการร้องเรียนไปยังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จึงรวบยอดมาประชุมในปี 2551 และจ่ายเงิน 2 ปี ขณะที่ ปี 2557 ทาง ป.ป.ท. ได้มีหนังสือมาถึง ศธ. ให้ตรวจสอบข้อมูล เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่ร้องเรียนว่ายังไม่ได้รับเงินกองทุนฯ ของปี 2554 -2555 โดยผู้รับผิดชอบกรณีดังกล่าวชี้แจงว่าได้โอนเงินให้ครบแล้วในปี 2556 และมีปลอมแปลงเอกสารด้วย ซึ่งน่าจะเป็นสัญญาณถึงความผิดปกติมานานแล้ว อย่างไรก็ตามเท่าที่ตรวจสอบขณะนี้ ยืนยันได้ว่านางรจนา สินที เป็นบุคคลหลักในการทุจริตเงินกองทุนฯ ส่วนบุคคลอื่นเป็นผู้ช่วยเหลือ ทั้งนี้ต้องรอข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย เช่น ข้อมูลจาก ปปง. และ ป.ป.ท.

2) การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-Net)

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า สำหรับกรณีผลสอบ O-Net ต้องยอมรับว่าปัญหาใหญ่ที่สุดที่ทางสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) และสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) วิเคราะห์และรายงานในที่ประชุม พบว่า กลุ่มโรงเรียนที่มีโอกาสน้อย ผลคะแนนอยู่ในระดับต่ำ

ทั้งนี้ ศธ.ต้องเข้ามาดู เนื่องจากนโยบายสำคัญในการปฏิรูปการศึกษา คือ การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา นอกจากนี้ยังพบว่าสถานศึกษาหลายแห่งสามารถจัดการศึกษาได้ดี ในวันนี้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องจึงได้มาพิจารณาข้อมูลร่วมกัน


ที่มา http://www.moe.go.th/websm/2018/2/109.html

ร่วมแสดงความคิดเห็น