สกสค.เล็งฟ้องแพ่ง เรียก 2.1 พันล้านอดีตบอร์ดกองทุนเงินสนับสนุนฯ

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 20 เมษายน 2561
  • เข้าดู : 26 ครั้ง

เมื่อวันที่ 19 เมษายน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารองค์การค้า ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาคครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และการประชุมคณะกรรมการสกสค.เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมหารือ การบริหารจัดการกองทุนต่าง ๆ ขององค์การค้าฯ และสกสค. ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก แต่จากการตรวจสอบบัญชีกองทุนฯของผู้ตรวจสอบบัญชีทั้งจากรัฐและเอกชน พบว่า ผู้ตรวจสอบบัญชีไม่มีความเห็น การที่ผู้ตรวจสอบบัญชีไม่มีความเห็นหมายความว่า การจัดทำบัญชีไม่มีระบบ ไม่มีหลักฐาน ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติให้องค์การค้าฯ และสำนักงานสกสค. ไปจัดทำระบบบัญชีของกองทุนต่าง ๆ ใหม่ ให้เป็นระบบและให้เป็นไปตามกฎหมายเงินทุนหมุนเวียน เพื่อให้มีระบบธรรมาภิบาล ไม่ใช่ออกระเบียบข้อบังคับเอง เพื่อป้องกันการทุจริตในอนาคต นอกจากนี้ นายพินิจนิจศักดิ์ สุวรรณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสกสค. และผู้อำนวยการองค์การค้าฯ แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบ ผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-Bidding) ซึ่งเปิดให้โรงพิมพ์ของเอกชนเข้าร่วมประกวดราคา 25 แห่ง มีผู้เสนอราคาต่ำสุด 4 แห่ง โดยทางองค์การค้าฯ รายงานว่า กำหนดการจัดพิมพ์หนังสือ จะช้าไปจากกำหนดเดิม 15 วัน คาดว่าแล้วเสร็จทั้งหมดประมาณสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบทางละเมิดกับผู้เกี่ยวข้อง กรณีกับอดีตผู้บริหาร สำนักงาน สกสค. ที่นำเงินจำนวนมหาศาลถึง 2,500 ล้านบาท ไปซื้อ ตั๋วสัญญา กับ บริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัดนั้น ทางสำนักงานสกสค. ตรวจสอบข้อกฎหมายแล้วว่า กรณีนี้ไม่เข้าข่ายกฎหมายละเมิด เพราะไม่ได้เป็นความผิดที่มีบุคคลที่ 3 มาเรียกร้องให้สกสค.จ่ายค่าเสียหาย แต่เป็นการทุจริตทำความเสียหายให้กับสกสค. ดังนั้นสกสค. ก็จะต้องไปฟ้องแพ่ง เพื่อเรียกค่าเสียหายกับอดีตคณะกรรมการกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคง ตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ ฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ส่วนความคืบหน้าการดำเนินการฟ้องแพ่งเพื่อเรียกเงินจำนวน 2,100 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี คืนจากธนาคารธนชาตให้กับ สกสค. เนื่องจากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการอนุมัติ ปิดบัญชี และเบิกถอนเงินของ สกสค.ที่ฝากไว้ไม่ถูกต้องนั้น ทราบว่า ขณะนี้เรื่องอยู่ที่อัยการ ส่วนจะฟ้องหรือยังนั้น ตนยังไม่ทราบ ต้องถามทางอัยการ

นายพินิจศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับบริษัทเอกชน ที่เสนอราคาตัดพิมพ์หนังสือต่ำสุด มีจำนวน 4 แห่ง โดยจัดพิมพ์หนังสือทั้งหมด 27 รายการ ประมาณ 8,080,000 เล่ม ส่วนองค์การค้าฯ จะจัดพิมพ์ประมาณ 950,000 เล่ม โดยตนได้ย้ำว่า ให้แต่ละบริษัทเร่งจัดพิมพ์หนังสือเรียนทีต้องใช้ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 ก่อน จากนั้นค่อยทยอยพิมพ์ต่อจนครบ เพื่อให้ทันใช้ในการเรียนการสอน

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/news/922797

ร่วมแสดงความคิดเห็น