" หมอธี" เล็งย้ายบิ๊ก ศธ.เอี่ยวทุจริต MOENet รองปลัดแฉถูก จนท.ขู่ถ้าไม่เซ็นสัญญาแลกรับใต้โต๊ะ 7%

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 20 เมษายน 2561
  • เข้าดู : 24 ครั้ง

เมื่อวันที่ 18 เมษายน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบปัญหาทุจริตของ ศธ.ว่า กรณีการสืบสวนข้อเท็จจริงการเช่าสัญญาณอินเตอร์เน็ตในระบบ MOENet ของ ศธ.นั้น ที่ผ่านมาตนได้เข้ามาเป็นประธานในการสืบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้ด้วยตัวเอง และขณะนี้ได้ข้อสรุปแล้วว่า มีมูลการทุจริตจริง เพราะมีการเสนอสินบนให้กับนายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัด ศธ.ซึ่งนายประเสริฐได้แจ้งให้ตนทราบตั้งแต่ปลายปี 2560 ว่าถูกเสนอให้รับสินบนเพื่อต่อสัญญาการใช้ MOENet ทั้งนี้ นายประเสริฐเข้ามาดูแลเรื่องนี้ในฐานะรองปลัด ศธ.ที่ได้รับมอบหมาย โดยที่ยังไม่เคยเห็นสัญญา ซึ่งส่วนตัวนายประเสริฐต้องการให้จัดซื้อจัดจ้างถูกต้อง แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ข่มขู่ว่าหากไม่เซ็นต่อสัญญา จะทำให้โรงเรียนกว่า 3 หมื่นแห่งทั่วประเทศไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้ โดยนายประเสริฐยืนยันว่าไม่เซ็น และขอให้จัดซื้อจัดจ้างอย่างถูกต้อง ดังนั้น ถือว่านายประเสริฐไม่ได้โกง และได้เข้ามาเป็นพยานให้กับคณะกรรมการสืบสวนฯ นำสู่การปรับเปลี่ยนนโยบายการเช่าสัญญาณอินเตอร์เน็ต โดยให้โรงเรียนสามารถเลือกเช่าสัญญาณอินเตอร์เน็ตได้ด้วยตนเอง ทั้งนี้ ในส่วนของข้าราชการ ศธ.ที่พาบริษัทเอกชนเข้ามาเสนอสินบนนั้น เบื้องต้นได้ย้ายออกจากหน้าที่เดิมไปก่อนแล้ว

หลังจากที่ได้รับรายงานจากนายประเสริฐ ผมได้สั่งการให้ตรวจสอบในทางลับ กระทั่งตั้งทีมงานตรวจสอบเรื่องนี้ แต่ ยังหาข้อมูลมาตอบคำถามได้ไม่ตรงใจ ซึ่งจริงๆ แล้วคำให้การของนายประเสริฐเพียงพอแล้วที่จะบอกได้ว่าน่าจะมีการทุจริต เพราะมีการเสนอสินบน และข้าราชการรายนี้ยังกล่าวหาว่าอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทั้งรองปลัด และปลัด ศธ.ซึ่งไม่รู้ว่ามีใครบ้างรับสินบนด้วย ดังนั้น กรณีนี้มีมูลที่กล่าวหากัน ผมถือว่าการสืบสวนฯ ได้จบสิ้น และจะส่งข้อมูลทั้งหมดให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้สอบสวนต่อไป ซึ่งผมจะส่งด้วยตนเอง ถ้าเป็นจริงตามข้อมูลที่กล่าวหา หมายความว่าจะมีข้าราชการระดับสูงตั้งแต่ระดับ (ซี) 9, 10 และ 11 เกี่ยวข้องด้วย ตรงนี้ผมยังไม่ได้ปรับปรำใคร เพราะเป็นข้อกล่าวหา จะต้องสืบสวนต่อ นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

นพ.ธีระเกียรติกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังพบเอกสารใบเรียกเก็บเงิน ซึ่งส่งไปที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานปลัด ศธ.ซึ่งยังไม่ได้จ่ายเงิน เพราะมีมูลค่ามหาศาล บ่งบอกว่าอาจจะมีการให้สินบน โดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา เรียกเก็บเงิน สพฐ.ถึง 100 กว่าล้านบาท โดยปีหนึ่งๆ เฉพาะ สพฐ.ใช้เงินเช่าซื้อสัญญาณอินเตอร์เน็ตถึง 2 พันกว่าล้านบาท ดังนั้น ผมจะส่งให้ ป.ป.ท.และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบต่อไป ส่วนที่อ้างว่าเป็นการเช่าซื้อสัญญาแบบจีทูจี ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีสัญญานั้น ตนจะส่งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างถูกต้องหรือไม่ ถ้า สตง.ชี้ว่าผิด ข้อมูลจะไปเชื่อมโยงกับ ป.ป.ช.ซึ่งเท่าที่ทราบมีหลายบริษัท และมีเอกชนเข้าร่วมด้วย ส่วนมูลค่าความเสียหายเป็นเท่าไหร่นั้น ยังตอบไม่ได้

นายประเสริฐ กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายให้เข้ามาดูแลการเช่าสัญญา MOENet ซึ่งในปีแรกที่เข้ามาดูแลเรื่องนี้ เจ้าหน้าที่พัสดุได้เสนอให้ต่อสัญญากับบริษัทที่เช่าซื้อสัญญาณเป็นเวลา 2 เดือน ก่อนที่จะเปิดให้จัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบ ต่อมา พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ในขณะนั้น มีนโยบายให้บูรณาการการใช้อินเตอร์เน็ต ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงให้ต่อสัญญากับบริษัทเดิมออกไปอีก 3 เดือน ก่อนเปิดจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบ ทำให้ระยะเวลาเช่าซื้อสัญญาณอินเตอร์เน็ตลดลงเหลือเพียง 7 เดือน จึงไม่มีบริษัทอินเตอร์เน็ตรายอื่นเข้าร่วมประมูล ทำให้ในปีแรกต้องเช่าซื้อสัญญาณอินเตอร์เน็ตจากรายเดิม แต่ปี 2560 ตนเองตั้งใจแล้วว่าต้องเปิดจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบอย่างถูกต้อง เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัสดุซึ่งเป็นข้าราชการซี 8 มาขอให้ต่อสัญญาอีก ตนจึงส่งเรื่องกลับ โดยขอให้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างอย่างถูกต้อง แต่เจ้าหน้าที่พัสดุกลับไม่ดำเนินการตาม และขอให้ตนเซ็นต่อสัญญาแบบที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวไม่ทำตามที่ผมสั่งการให้จัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบ ปล่อยให้เวลาล่วงเลย และจะบีบให้ผมเซ็นสัญญาเหมือนปีที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนั้นเพราะมีนโยบายให้บูรณาการการใช้อินเตอร์เน็ต ดังนั้น จึงต้องต่อสัญญาไปก่อน แต่ปีนี้ไม่ใช่ และผมเองอยากให้ทำตามระเบียบ พอผมไม่ยอมเซ็น เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวก็ขู่ว่าผมจะทำให้โรงเรียนกว่า 3 หมื่นโรงเรียนทั่วประเทศไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้ และโรงเรียนจะเดินขบวนเรียกร้อง แต่ผมยืนยันคำเดิม เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวจึงนัดบริษัทเช่าซื้อสัญญาอินเตอร์เน็ตให้เข้าพบผม เพราะเข้าใจว่าที่ไม่ยอมเซ็นเพราะต้องการเรียกเงิน ทั้งที่ความจริงแล้วผมต้องการให้ทำตามระเบียบที่ถูกต้อง เมื่อได้พบ และพูดคุย ผมเองได้ชี้แจงข้อมูลให้ทางบริษัท เจ้าหน้าที่พัสดุ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ ศธ.เข้าใจ ว่าต้องทำตามระเบียบ จากนั้นจึงเสนอสินบนให้ผม โดยบอกว่าถ้ายอมเซ็นจะให้ 7% เจ้าหน้าที่คนเดิมยังบอกอีกว่าให้ผมรับ เพราะปลัด ศธ.คนเก่าๆ ก็เคยรับ ซึ่งผมไม่รู้ว่าเป็นใคร และเคยรับจริงหรือไม่ก็ไม่รู้ ส่วนจำนวนเงินที่เสนอจะเป็นเท่าไรนั้น ผมไม่สนใจ เพราะไม่ได้จะรับและไม่คิดจะทุจริต นายประเสริฐ กล่าว

นายประเสริฐกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าช่วงนั้นกังวลมาก เพราะห่วงว่าโรงเรียนจะไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้ จึงแจ้งเรื่องดังกล่าวให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.รับทราบ นำมาสู่การตรวจสอบ ส่วนเจ้าหน้าที่พัสดุคนดังกล่าว ได้ถูกให้ย้ายออกจากงานเดิมแล้ว

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/news/921160

ร่วมแสดงความคิดเห็น