" หมอธี" ฟันวินัยอดีตผู้บริหาร สกสค.

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 26 กันยายน 2560
  • เข้าดู : 8 ครั้ง

มติบอร์ด สกสค.ยึดตาม ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดอดีตผู้บริหาร สกสค. และคณะกรรมการบริหารกองทุน ช.พ.ค. อนุมัติเงินจากกองทุน ช.พ.ค. จำนวน 2,500 ล้านบาทโดยมิชอบ ต้องโทษวินัยร้ายแรง รมว.ศึกษาธิการ เตรียมเซ็นคำสั่งลงโทษไล่ออก-ปลดออก

วันนี้ (26 ก.ย.) นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิดอดีตผู้บริหาร สกสค. และคณะกรรมการบริหารกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้กองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) สังกัด สกสค. อนุมัติเงินจากกองทุน ช.พ.ค. จำนวน 2,500 ล้านบาทไปซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด โดยมิชอบและเป็นการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทบิลเลี่ยนฯ ซึ่งที่ประชุมมีมติให้ยึดข้อมูลตามที่ ป.ป.ช.เสนอมา คือ ต้องโดนโทษทางวินัยร้ายแรง ดังนั้นผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ได้แก่ อดีตผู้บริหาร สกสค.และ กรรมการกองทุน ช.พ.ค.ที่มาจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 1 คน และ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)1 คน ก็จะถูกลงโทษวินัยร้ายแรง โดยจากนี้คณะกรรมการสกสค.จะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 28 ก.ย.นี้

ด้าน ดร.พิษณุ ตุลสุข ปฎิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค.กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้ทำหนังสือคำสั่งลงโทษทางวินัยร้ายแรงกับอดีตผู้บริหารสกสค.เสนอให้ รมว.ศึกษาธิการ ลงนามในคำสั่งดังกล่าวแล้ว ซึ่งการโดนลงโทษทางวินัยร้ายแรงจะมีอยู่ 2 แบบ คือ โทษไล่ออกกับปลดออก ดังนั้นก็ขึ้นอยู่กับ รมว.ศึกษาธิการ ว่าจะลงนามในคำสั่งลงโทษทางวินัยร้ายแรงออกมาในแบบใด ส่วนกรรมการในกองทุน ช.พ.ค. จำนวน 2 คนที่อยู่สังกัด สพฐ.และ สอศ.นั้น ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดจะเป็นดำเนินการผู้ลงนามในคำสั่งลงโทษทางวินัยร้ายเอง นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติให้เข้าสู่กระบวนการต่อสู้ทางกฎหมายกับ บริษัท ล็อกเล่ย์ ไวร์เลส จำกัด (มหาชน) ที่ให้องค์การค้าฯจ่ายเงินค่าฝากขายหนังสือเรียน จำนวน 1,400 บาท เพราะบริษัท ล็อกเล่ย์ ไม่ยอมรับข้อไกล่เกลี่ยในการประนอมหนี้ที่องค์การค้าฯค้างจ่ายเอาไว้ แต่อาจจ่ายไม่คืนเต็มจำนวนหนี้ทั้งหมด แต่บริษัท ล็อกเล่ย์กลับต้องการให้เราคืนเงินทั้งหมด

 

 

ที่มา https://www.dailynews.co.th/education/600784

ร่วมแสดงความคิดเห็น